บริษัท บอส ฟิวเจอร์ กราฟฟิค จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "บริษัท") ประกอบธุรกิจผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด เช่น สติกเกอร์ สแตนดี้ ไวนิล โบรชัวร์ นามบัตร รวมไปถึงกล่องลูกฟูก
บริษัทขอเรียนแจ้งให้ท่านทราบว่า บริษัททราบถึงความสำคัญในความเป็นส่วนตัวของลูกค้า บุคคลผู้ใช้บริการ ตลอดรวมจนถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการของบริษัทเป็นอย่างดีว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานหรือใช้บริการแต่ละท่านมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
บริษัทจึงขอเรียนให้ท่านทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทขอเรียนชี้แจงรายละเอียด วิธีการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย การคุ้มครองข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล การโอนย้าย และการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึงข้อมูลต่างๆ ในการทำการลงทะเบียนทางเว็บไซต์ของบริษัท การให้ข้อมูลทางแอปพลิเคชันของบริษัท หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ข้อความ เมสเซจที่ส่งให้กับบริษัททางโปรแกรมไลน์ ตลอดจนถึงการให้ข้อมูลด้วยการส่งข้อความทางอีเมลต่างๆ ของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการทำรายการ และประวัติการใช้งาน
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ขึ้น โดยบริษัทมีสถานะตามกฎหมายเรียกว่า "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" บริษัทกำหนดให้มีพนักงานที่บริษัทมอบหมายให้มีหน้าที่โดยเฉพาะให้ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท โดยมีสถานะตามกฎหมายเรียกว่า "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" และลูกค้า บุคคลผู้ใช้บริการ ตลอดรวมจนถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการถือเป็น "เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล" ตามข้อกำหนดของกฎหมายนี้
ข้อ 1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของลูกค้า บุคคลผู้ใช้บริการ ตลอดรวมจนถึงบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่ ข้อมูลที่ท่านให้ไว้โดยตรงจากการลงทะเบียนของบริษัท การให้ข้อมูลทางแอปพลิเคชันของบริษัท หรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ข้อความ เมสเซจที่ส่งให้กับบริษัททางโปรแกรมไลน์ ตลอดจนถึงการให้ข้อมูลด้วยการส่งข้อความทางอีเมลต่างๆ ของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการทำรายการ และประวัติการใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นใด ได้แก่
- ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์
- ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP Address MAC Address Cookie ID
- ข้อมูลอื่นๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูล
บริษัทจะนำข้อมูลของท่านมาใช้เพื่อการสร้าง จัดทำและปรับปรุงเวปไซต์ของลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ รวมไปถึง แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลสำเร็จของงานเป็นเวปไซต์หรือแพลตฟอร์มทางออนไลน์ต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้สมบูรณ์ในสื่ออิเลคทรอนิคส์ ตามความประสงค์ของลูกค้า
หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม แก้ไขวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลไปจากเดิมที่ได้แจ้งไว้ บริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบ เพื่อขอความยินยอมอีกครั้งหนึ่ง และจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน
บริษัทจะไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับท่านไว้ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม
ข้อ 3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน โดยการขอความยินยอมบริษัทจะทำโดยชัดแจ้ง โดยทำเป็นหนังสือหรือโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์
บริษัทมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังนี้
3.1 บริษัทได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ บริษัทจะดำเนินการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายได้กำหนดไว้
3.2 ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
3.3 บริษัทได้จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด
3.4 บริษัทจะแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทจะแจ้งเหตุการละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้า
บริษัทไม่กำหนดเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการเข้าถึงการบริการ และท่านจะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้การถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ตามที่กฎหมายกำหนด
บริษัทจะดำเนินการให้ข้อมูลของท่านนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
ข้อ 4. ข้อยกเว้นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
4.1 บริษัทจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่
- 4.1.1 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม
- 4.1.2 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
- 4.1.3 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
- 4.1.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
- 4.1.5 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- 4.1.6 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
4.2 บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
4.3 บริษัทจะไม่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เว้นแต่ได้แจ้งให้ทราบและได้รับความยินยอม หรือเป็นไปตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 5. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่เลิกสัญญาหรือสัญญาหรือบริการเสร็จสิ้นลงตามวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา
บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องใช้ตามสัญญาหรือการให้บริการแก่บริษัทด้วย
บริษัทได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อไว้ให้ท่านแล้ว ด้านท้ายของนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้
ข้อ 6. การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
6.1 บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด
6.2 ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะตรวจสอบก่อนว่าผู้รับข้อมูลนั้นจะต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ โดยยึดถือตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายได้กำหนดไว้ เว้นแต่เป็นไปตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด
6.3 บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน ตามที่กฎหมายกำหนด
บริษัทดำเนินการให้มีพนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลการเก็บและใช้ข้อมูลโดยเฉพาะ เพื่อมิให้มีการใช้ หรือเปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้
ข้อ 7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้กำหนดไว้ให้บริษัทต้องแจ้งให้แก่ท่านทราบ ดังนี้
- 7.1 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม
- 7.2 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
- 7.3 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัทได้ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ
- 7.4 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเมื่อใดก็ได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- 7.5 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- 7.6 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- 7.7 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอให้บริษัทดำเนินการแก้ไขให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
- 7.8 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่บริษัท หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ข้อ 8. การเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมหรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจดำเนินการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมหรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศของทางราชการที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต และเพื่อปรับเปลี่ยนนโยบายของบริษัทให้ทันกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในการให้บริการของบริษัท โดยบริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม แก้ไขนโยบายให้ท่านทราบก่อนดำเนินการ
ข้อ 9. คุกกี้ (Cookies) คืออะไร?
คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ที่เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมสร้างขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณทำสิ่งต่างๆ ทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้นด้วยการบันทึกข้อมูลการท่องเว็บ โดยเว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณลงชื่อเข้าใช้อยู่เสมอ จดจำค่ากำหนดเว็บไซต์ และมอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้แก่คุณ
ข้อ 10. เราใช้คุกกี้อย่างไร?
เราจะจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์จากผู้เข้าเยี่ยมชมทุกรายผ่านคุกกี้หรือเทคโนโลยีใกล้เคียง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานแพลตฟอร์มและการเข้าถึงบริการของเราผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะใช้เพื่อกรณีดังต่อไปนี้
- เพื่อให้ท่านสามารถเข้าสู่ระบบบัญชีของท่านในแพลตฟอร์มของเราได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
- เพื่อบันทึกข้อมูลการใช้งานบนแพลตฟอร์มของท่าน เนื้อหาข้อมูล รวมถึงรูปแบบแพลตฟอร์มที่ท่านได้ตั้งค่าไว้
- เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานและเยี่ยมชมแพลตฟอร์มของท่าน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากที่สุด
- เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมแพลตฟอร์มโดยรวม และนำไปพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ข้อ 11. ประเภทของคุกกี้ที่เราใช้
เว็บไซต์ของเราประกอบไปด้วยคุกกี้ดังต่อไปนี้
- คุกกี้ประกอบการทำงานของแพลตฟอร์ม: ใช้เพื่อการจดจำสิ่งที่ท่านเลือกหรือตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม รวมไปถึงการนำเสนอข้อมูลที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคล เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ภาษา และรูปแบบแพลตฟอร์ม
- คุกกี้สำหรับการโฆษณา: ใช้ในการจดจำสิ่งที่ท่านเคยเยี่ยมชม รวมไปถึงลักษณะการใช้งานของท่าน เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ หรือสื่อโฆษณาที่เกี่ยวข้องและตรงกับความสนใจของท่าน
- คุกกี้ทางเทคนิค: เป็นประเภทคุกกี้ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานแพลตฟอร์ม เพื่อให้ท่านเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย
- คุกกี้เพื่อวัดผลการทำงานของแพลตฟอร์ม: ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของผู้เข้าชมแพลตฟอร์มแบบไม่ระบุตัวตน และนำมาวิเคราะห์จำนวนและพฤติกรรมของผู้เข้าชม
- คุกกี้บุคคลที่สาม (Third-party Cookies): คุกกี้ชนิดนี้จะถูกกำหนดใช้โดยผู้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม อาทิ Google Analytics
ข้อ 12. การตั้งค่าคุกกี้
ในกรณีที่คุณไม่ประสงค์ให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้บริการผ่านทางคุกกี้ ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือการตรวจวัด คุณสามารถลบหรือปฏิเสธคุกกี้ หรือซอฟต์แวร์การตรวจวัดบางรายการผ่านทางเบราว์เซอร์ได้ โดยหากคุณนำคุกกี้ออก คุณจะออกจากระบบเว็บไซต์ และระบบอาจลบค่ากำหนดที่บันทึกไว้ของคุณ ด้วยวิธีการดังนี้
- การตั้งค่าคุกกี้ใน Chrome
- การตั้งค่าคุกกี้ใน Safari และ iOS
- การตั้งค่าคุกกี้ใน Internet Explorer
- การตั้งค่าคุกกี้ใน Firefox